บริการของเรา ทำไมต้องที่นี่ แพทย์ผู้ดูแล สถานที่
คลังความรู้
บทความ หนังสือ YouTube
ติดตามเรา ติดต่อ FAQ ประเมินความจำ นัดหมายปรึกษาแพทย์
หน้าหลัก คลังความรู้ โรคสมองเสื่อม 🌙 ผู้ป่วยสมองเสื่อมกลางคืนไม่นอน เดินไปมา…ควรทำอย่างไร?
6 หมวดที่ 5 — สำหรับผู้ดูแล

🌙 ผู้ป่วยสมองเสื่อมกลางคืนไม่นอน เดินไปมา…ควรทำอย่างไร?

หนึ่งในปัญหาที่ผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมเจอบ่อย และเป็นปัญหาที่เหนื่อยที่สุด คือ…

อ่านประมาณ 5 นาที นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ

“กลางวันหลับ แต่กลางคืนตื่น”
“เดินวนทั้งคืน”
“เก็บของ รื้อของ จะออกจากบ้าน”
“ปลุกคนดูแลทุกชั่วโมง”

หลายครอบครัวบอกหมอว่า…

“ดูแลตอนกลางวันยังพอไหว แต่การไม่ได้นอนหลายคืนติดกัน ทำให้ทั้งบ้านแทบหมดแรง”

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กครับ เพราะการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมต้องใช้พลังมาก และผู้ดูแลเองก็ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน

🧠 ทำไมผู้ป่วยสมองเสื่อมถึงไม่นอนตอนกลางคืน?

เมื่อสมองเสื่อมมากขึ้น สมองส่วนที่ควบคุม “นาฬิกาชีวิต” อาจทำงานผิดปกติ

ผู้ป่วยอาจเริ่มแยกไม่ออกว่า…

☀️ เวลาไหนควรตื่น
🌙 เวลาไหนควรนอน

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น เช่น

  • กลางวันนอนมากเกินไป
  • ไม่ค่อยมีกิจกรรม ใช้พลังงานน้อย
  • ห้องมืด ทำให้สับสนเรื่องเวลา
  • ปวด ไม่สบายตัว
  • ปวดปัสสาวะบ่อย
  • ผลข้างเคียงจากยา
  • ความกังวล กลัว หรือเห็นภาพหลอน

ดังนั้นการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่ทำให้ผู้ป่วย “หลับ” แต่ต้องหาสาเหตุและปรับสิ่งรอบตัวร่วมกัน

🌞 1. จัดเวลากลางวันให้สมองรู้ว่า “นี่คือเวลาตื่น”

อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยนั่งเฉย ๆ หรือนอนทั้งวัน

ลองทำแบบนี้ครับ

  • ตอนเช้าเปิดม่าน ให้เจอแสงธรรมชาติ
  • พาเดินเบา ๆ ในบ้านหรือหน้าบ้าน
  • ให้ช่วยงานง่าย ๆ เช่น พับผ้า จัดของ รดน้ำต้นไม้
  • พูดคุย เปิดเพลง ทำกิจกรรมที่ชอบ

เป้าหมายไม่ใช่ให้ผู้ป่วยทำงานได้สมบูรณ์

แต่คือส่งสัญญาณให้สมองว่า…

“กลางวัน = ใช้ชีวิต”
“กลางคืน = พักผ่อน”

😴 2. ลดการนอนกลางวันที่มากเกินไป

หลายบ้านเห็นผู้ป่วยหลับกลางวันแล้วสงสาร ไม่อยากปลุก

แต่ถ้านอนกลางวันหลายชั่วโมง ผลคือ…

กลางคืนสมองอาจไม่ง่วง

ลองปรับเป็น

  • งีบได้ แต่ไม่ควรนานเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการนอนช่วงเย็น
  • ถ้าง่วงช่วงบ่าย ให้ชวนทำกิจกรรมเบา ๆ

บางครั้งการปรับเวลานอนกลางวันเพียงเล็กน้อย ช่วยให้กลางคืนดีขึ้นมากครับ

💡 3. จัดบ้านตอนกลางคืนให้ปลอดภัย

ถ้าผู้ป่วยยังเดินตอนกลางคืน สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ลดอันตราย”

ควรทำ:

  • เปิดไฟกลางคืนแบบแสงอ่อน
  • เก็บสายไฟหรือของที่สะดุดง่าย
  • ทำทางเดินไปห้องน้ำให้โล่ง
  • ล็อกประตูหรือจุดเสี่ยงอย่างเหมาะสม
  • ติดสัญญาณเตือนประตูถ้ามีความเสี่ยงออกจากบ้าน

อย่าคิดแค่ว่า…

“ทำอย่างไรให้เขาหยุดเดิน”

แต่ให้คิดว่า…

“ถ้าเขาเดิน จะทำอย่างไรให้เขาปลอดภัยที่สุด”
🗣 4. ถ้าผู้ป่วยตื่นกลางคืน อย่าเริ่มด้วยการดุหรือเถียง

หลายครั้งผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจดื้อ

สมองของเขาอาจเข้าใจผิดจริง ๆ เช่น

“ต้องไปทำงาน”
“ต้องกลับบ้าน”
“มีคนรออยู่”

การพูดว่า

  • “จะไปไหน นี่มันกลางคืนแล้ว!”
  • “บอกกี่ครั้งแล้ว ทำไมไม่จำ”

มักทำให้ผู้ป่วยเครียดและต่อต้านมากขึ้น

ลองเปลี่ยนเป็น

  • “ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว นั่งพักก่อนนะ”
  • “เดี๋ยวเราค่อยไป ตอนนี้พักก่อน”
  • เบี่ยงเบนด้วยกิจกรรมสงบ เช่น ฟังเพลง ดื่มน้ำ แล้วค่อยพากลับเข้านอน

บางครั้งเราไม่ได้ต้องเอาชนะความคิดผิดของผู้ป่วย
แต่ต้องช่วยให้สมองเขาสงบลงก่อน

☕ 5. ลดสิ่งกระตุ้นช่วงเย็น

ช่วงเย็นถึงก่อนนอนควรลด

  • กาแฟ ชา คาเฟอีน
  • ข่าวหรือรายการที่ทำให้เครียด
  • เสียงดัง คนเยอะเกินไป
  • การเปลี่ยนกิจวัตรกะทันหัน

ผู้ป่วยสมองเสื่อมจำนวนมากต้องการ “ความคุ้นเคย”

กิจวัตรเดิม ๆ ช่วยให้สมองรู้สึกปลอดภัยขึ้น

🩺 6. เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์?

ควรปรึกษาแพทย์ถ้ามีอาการ เช่น

  • ไม่นอนหลายคืนติดต่อกัน
  • เดินออกจากบ้าน เสี่ยงอันตราย
  • ก้าวร้าวมากขึ้นตอนกลางคืน
  • เห็นภาพหลอน หวาดกลัวมาก
  • ผู้ดูแลเริ่มเหนื่อยจนรับภาระไม่ไหว

บางครั้งอาการอาจมีสาเหตุซ่อนอยู่ เช่น ความเจ็บปวด การติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงจากยา

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยประเมิน ปรับวิธีดูแล ปรับยาเดิม และในบางกรณีอาจพิจารณาใช้ยาช่วยเรื่องการนอน ความกังวล หรือพฤติกรรมที่รบกวนอย่างเหมาะสม

ไม่ควรซื้อยานอนหลับให้ผู้ป่วยรับประทานเอง เพราะผู้ป่วยสมองเสื่อมไวต่อผลข้างเคียง เช่น สับสน ง่วงซึม หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม

💜 หมออยากให้จำ

อาการนอนไม่หลับ เดินไปมา กระสับกระส่าย หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในผู้ป่วยสมองเสื่อม หลายครั้งไม่ได้เป็นแบบเดิมตลอดไป

อาการเหล่านี้มักมาเป็น “ช่วงเวลา”

บางช่วงอาจหนักมากจนผู้ดูแลรู้สึกว่าแทบไม่ไหว แต่เมื่อหาสาเหตุ ปรับสิ่งแวดล้อม ปรับกิจวัตร และรักษาอย่างเหมาะสม อาการจำนวนมากสามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

เวลาที่เหนื่อยที่สุด อยากให้ผู้ดูแลบอกตัวเองว่า…

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยาก…แต่เราจะค่อย ๆ ผ่านมันไป”

และอย่าลืมว่า…

การดูแลสุขภาพของผู้ดูแล เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยเช่นกัน

ถ้าเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหว อย่ารอจนหมดแรง

🌿 ให้คนในครอบครัวผลัดเวลากันดูแล
🌿 หาคนช่วยดูแลเป็นบางช่วงเวลา
🌿 ให้ผู้ดูแลหลักมีเวลาพักและดูแลตัวเอง

เพราะการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมไม่ใช่เรื่องของวันสองวัน แต่เป็น การดูแลระยะยาว

ผู้ดูแลที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ จะสามารถดูแลคนที่เรารักได้ดีขึ้นและยาวนานขึ้นครับ

(นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ)
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา

นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ
อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา — คลินิกรักษ์สมอง